มวยไทย

posted on 23 Sep 2008 10:30 by joonut

มวยไทย คือศิลปะการต่อสู้ของคนไทย ที่ใช้หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง เข่า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ศีรษะ และลำตัวในการต่อสู้ ศิลปะการต่อสู้ลักษณะนี้ หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มีการฝึกหัด ยกตัวอย่างเช่นกัมพูชา เรียกว่า ประดั่ญ เซเรีย ขอมมวย(Pradal Serey) ลาว เรียก มวยลายลาว(มวยเสือลากหาง)

 

ความหมายของคำว่า"มวย"

  1. อาจมีที่มาจากลักษณะการ ม้วนเชือกหรือผ้า เพื่อใช้หุ้มฝ่ามือและท่อนแขน เพื่อใช้ป้องกันอันตรายขณะต่อสู้ หรืออาจเพิ่มอันตรายในการ ชก กระแทกฟาดโดยการผสม กับ กาวแป้ง และ ผงทราย คล้ายลักษณะของ มวยผม ของ ผู้หญิงที่นิยมไว้ผมยาว(เกล้ามวย)ได้แก่ หญิงไทย/ลาวโซ่ง/หญิงล้านนาในสมัยโบราณ หรือนักมวยจีน(มุ่นผม)ซึ่งนิยม ถักเป็นเปีย แล้วม้วนพันรอบคอ ของตนซึ่งสามารถใช้ในการต่อสู้ในบางครั้ง
  2. หรือ มาจากคำภาษาบาลี ว่า " มัลละ" หมายถึง การปล้ำรัด มวยปล้ำของชาวอินเดีย

มีการต่อสู้ในลักษณะเดียวกับ มวย ของ ชาวไทย มุสลิมในท้องถิ่นทาง ภาคใต้ ตลอดจนแหลม มลายู เรียกว่า ซีละ หรือ ปัญจสีลัต มีผู้บัญญัติศัพท์ว่า มวยไทยพหุยุทธ์ โดยเปรียบว่า เป็นการต่อสู่แบบรวมเอาศิลปะการต่อสู้(Martial Art)ทุกแขนง โดยใช้อวัยวะทุกส่วนร่วมด้วยได้แก่ ...การใช้ ศีรษะ คาง เพื่อชน กระแทก โขก ยี ...ใช้ ท่อนแขน ฝ่ามือ และกำปั้น จับ ล็อก บล็อก บัง เหวี่ยง ฟัด ฟาด ปิด ปัด ป้อง ฟาด ผลัก ยัน ดัน ทุบ ชก ไล่แขน ศอก เฉือน ถอง กระทุ้ง พุ่ง เสย งัด ทั้งทำลายจังหวะเมื่อเสียเปรียบและหาโอกาศเข้ากระทำเมื่อได้เปรียบ ...ส่วนขา แข้ง เข่า ฝ่าเท้า ส้นเท้า ปลายเท้า ใช้ในการบัง ถีบ เตะ แตะ เกี่ยว ตวัด ฉัด ช้อน ปัด กวาด ฟาด กระแทก ทำให้บอบช้ำและเสียหลักและใช้ลำตัวในการการทุ่มทับจับหัก (มีคณะนักมวยดังในอดีตคือ ค่าย ส.ยกฟัด ใช้มาก)การประกอบรวมแม่แบบชุดต่อสู้รวมเรียกว่า แม่ไม้ และลูกไม้ ตามเชิงมวย หรือกลมวย

 ประวัติศาสตร์ของมวยไทย

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของมวยไทยเริ่มมีและใช้กันในการสงครามในสมัยก่อน ในปัจจุบันมีการดัดแปลงมวยไทยมาใช้ในกองทัพโดยเรียกว่า เลิศฤทธิ์ ซึ่งแตกต่างจากมวยไทยในปัจจุบันที่ใช้เป็นการกีฬา โดยมีการใช้นวมขึ้นเพื่อป้องกันการอันตรายที่เกิดขึ้น มวยไทยยังคงได้ชื่อว่า ศาสตร์การโจมตีทั้งแปด ซึ่งรวม สองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า (บางตำราอาจเป็น นวอาวุธ ซึ่งรวมการใช้ศีรษะโจมตี หรือ ทศอาวุธ ซึ่งรวมการใช้บั้นท้ายกระแทกโจมตีด้วย)

มวยไทยสืบทอดมาจากมวยโบราณ ซึ่งแบ่งออกเป็นแต่ละสายตามท้องที่นั้น ๆ โดยมีสายสำคัญหลัก ๆ เช่น มวยท่าเสา(ภาคเหนือ) มวยโคราช (ภาคอีสาน) มวยไชยา (ภาคใต้) มวยลพบุรีและมวยพระนคร (ภาคกลาง)มีคำกล่าวไว้ว่า "หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา"

การศึกษาศิลปะมวยไทย

ในสมัยโบราณจะมี สำนักเรียน (สำนักเรียนมวย แตกต่างจาก ค่ายมวย คือ สำนักเรียนจะมีเจ้าสำนัก หรือ ครูมวย ซึ่งมีฝีมือและชื่อเสียงเป็นที่เคารพรู้จัก มีความประสงค์ที่จะถ่ายทอดวิชาไม่ให้สูญหาย โดยมุ่งเน้นถ่ายทอดให้เฉพาะศิษย์ที่มีความเหมาะสม ส่วน ค่ายมวย เป็นที่รวมของผู้ที่ชื่นชอบในการชกมวย มีจุดประสงค์ที่จะแลกเปลี่ยนวิชาความรู้เพื่อนำไปใช้ในการแข่งขัน/ประลอง) โดยแยกเป็น สำนักหลวง และ สำนักราษฎร์ บ้างก็ฝึกเรียนร่วมกับเพลงดาบ กระบี่ กระบอง พลอง ทวน ง้าวและมีดหรือการต่อสู้อื่นๆ เพื่อใช้ในการต่อสู้ป้องกันตัวและใช้ในการสงคราม มีทั้งพระมหากษัติย์และขุนนางแม่ทัพนายกองและชาวบ้านทั่วไป (ส่วนใหญ่เป็นชาย)และจะมีการแข่งขันต่อสู้/ประลองกันในงานวัดและงานเทศกาลโดยมีค่ายมวยและสำนักมวยต่างๆ ส่งนักมวยและครูมวยเข้าแข่งขันชิงรางวัล/เดิมพัน โดยยึดความเสมอภาค บางครั้งจึงมีตำนานพระมหากษัตริย์หรือขุนนางที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ปลอมตนเข้าร่วมแข่งขันเพื่อทดสอบฝีมือที่เป็นที่ปรากฏได้แก่ พระเจ้าเสือ(ขุนหลวงสรศักดิ์) พระเจ้าตากสินมหาราช พระยาพิชัยดาบหัก ครูดอก แขวงเมืองวเศษไชยชาญ จนเมื่อไทยเสียกรุงแก่พม่า ปรากฏชื่อนายขนมต้ม ครูมวยชาวอยุธยา ซึ่งถูกกวาดต้อนเป็นเชลยศึกได้ชกมวยกับชาวพม่า ชนะหลายครั้งเป็นที่ปรากฏถึงความเก่งกาจเหี้ยมหาญของวิชามวยไทย ในสมัยอยุธยา ตอนปลายได้มีการจัดตั้งกรมทนายเลือกและกรมตำรวจหลวงขึ้นมีหน้าที่ในการให้การคุ้มครองกษัตริย์และราชวงศ์ ได้มีการฝึกหัดวิชาการต่อสู้ทั้งมวยไทยและมวยปล้ำตามแบบอย่างแขกเปอร์เซีย(อิหร่าน)จึงมีครูมวยไทยและนักมวยที่มีฝีมือเข้ารับราชการจำนวนมากและได้แสดงฝีมือในการต่อสู้ในราชสำนักและหน้าพระที่นั่งในงานเทศกาลต่างๆสืบต่อกันมาเป็นประจำ

กีฬามวยไทยได้รับความนิยมมากในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ จนถึงรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 มีการชกมวยถวายหน้าพระที่นั่งเป็นประจำที่วังสวนกุหลาบทั้งการต่อสูประลองระหว่างนักมวย/ครูมวยชาวไทยด้วยกันและการต่อสู้ระหว่างนักมวย/ครูมวยต่างชาติ ในยุคแรกการแข่งขันมวยไทยใช้การพันมือด้วยเชือก จนกระทั่งนายแพ เลี้ยงประเสริฐ นักมวยจากท่าเสา จ.อุตรดิตถ์ ต่อยนายเจียร์ นักมวยเขมร ด้วยหมัดเหวี่ยงควายถึงแก่ความตาย จึงเปลี่ยนมาสวมนวมแทน ต่อมาเริ่มมีการกำหนดกติกาในการชก และมีเวทีมาตรฐานขึ้นแห่งคือเวทีมวยลุมพินีและเวทีมวยราชดำเนินจัดแข่งขันมวยไทยมาจนปัจจุบัน จากรูปประกอบทางขวามือ เป็นการแข่งขันชกมวยในสมัย ร.๖ คนซ้ายมือเป็นมวยเลี่ยะผะ(กังฟู)ชาวจีนโพ้นทะเล ชื่อนายจี่ฉ่าง ส่วนคนขวามือคือ นายยัง หาญทะเล จรดมวยแบบมวยโคราชซึ่งเน้นการยืดตัวตั้งตระหง่านพร้อมที่จะรุกและรับโดยเน้นการใช้เท้าและหมัดเหวี่ยง และต่อมาได้เป็นแบบอย่างในการฝึกหัดมวยไทยในสถาบันพลศึกษาส่วนใหญ่

 

กติกา

ปัจจุบันกีฬามวยไทยอาชีพบนเวทีมวยมาตรฐานและ กีฬามวยไทยสมัครเล่น เป็นการต่อสู้ที่มีกฏกติกาชัดเจน มีนายสนามผู้ขออนุญาตจัด มีผู้จัดชก(Promoter)มีกรรมการให้คะแนนและกรรมการตัดสินชี้ขาด (Judge/Julies/Referee)กรรมการตัดสินจะต้องมีอย่างน้อย สาม คน มีกรรมการตัดสินชี้ขาดบนเวทีและกรรมการให้คะแนน การให้คะแนนนิยมให้เป็นยก ยกละ 10 คะแนน (ดูจากการใช้ศิลปะการป้องกัน/การต่อสู้ /ความบอบช้ำที่ได้รับ/อันตรายจากบาดแผล /การได้เปรียบเสียเปรียบ/การคาดการณ์ผลสุดท้ายของการต่อสู้/การตัดคะแนนจากการเอารัดเอาเปรียบคู่ชกในขณะที่ไม่เหมาะสม/การถูกทำให้เสียหลักหรือล้ม/การถูกนับ/ฯลฯ )ซึ่งพิจารณาโดยใช้หลักวิชาและประสบการณ์ของกรรมการที่ผ่านการตรวจสอบรับรองความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับ การชกจัดเป็นยกมี ๕ ยก ๆละ ๓ นาที พัก ๒ นาที (เดิมกำหนด ๔ ถึง ๖ ยก) มุ่งผลเพียงแค่ แพ้ ชนะ และการแสดงออกของศิลปะการต่อสู้ชั้นสูง ผู้ชกต้องแต่งกายตามกำหนด และมีการสวมมงคลคาดผ้าประเจียด และก่อนชกต้องมีการไหว้ครูซึ่งเริ่มจากนั่ง/กราบเบญจางคประดิษฐ์/คุกเข่าถวายบังคม /ขึ้นพรหมนั่ง-ยืน /ท่ารำมวย (อาจมีการเดินแปลง ย่างสามขุม การรูดเชือก การบริกรรมคาถา) เพื่อสำรวจ ทักทายหรือข่มขวัญซึ่งแตกต่างกันไปตามค่าย/สำนัก ท่ารำมวย อาทิ พระรามแผลงศร, ลับหอกโมกขศักดิ์ ,กวางเหลียวหลัง ,หงส์เหิร ,สาวน้อยประแป้ง ฯลฯ มีการบรรเลงดนตรีให้จังหวะในการต่อสู้ซึ่งใช้เพลงสะหระหม่าแขกใช้ในการไหว้ครู เพลงบุหลันชกมวย และเพลงเชิด ใช้ในการต่อสู้ เครื่องดนตรีไทยที่ใช้บรรเลงประกอบด้วย ปี่ชวา ,กลองแขก,ฉิ่ง

อุปกรณ์สำหรับนักมวยไทยที่สำคัญ

๑.เครื่องแต่งกาย ได้แก่ กางเกงขาสั้น กระจับ ผ้าพันมือ นวม แบ็ค แองเกิล มงคล ผ้าประเจียด เสื้อคลุม ฟันยาง

๒.อุปกรณ์ฝึกซ้อม ได้แก่ กระสอบทราย กระสอบนวม กระสอบยางรถยนต์ ล่อเป้าหมัด ล่อเป้าเตะ-เข่า พันชิ่งบอล ดัมเเบล บาเบล กระบองสั้น พลองยาว เก้าอี้ซิทอัฟ เหล็กกำ เชือกกระโดด เชือกมะนิลา กระจกเงา ยางล้อรถยนต์ฝึกการทรงตัว หลักหัวเสา ราวไม้ รั้วต่ำ บาร์เดี่ยว บาร์คู่ เวทีฝึกซ้อม เสื่อ ไม้นวด เตาถ่านและลูกประคบฯลฯ

๓.อุปกรณ์อื่น ๆ ได้แก่ วาสลิน กระป๋องฉีดน้ำ(ป็อกเกิล) ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนู รองเท้าวิ่ง ถังน้ำ กระติกน้ำแข็ง เก้าอี้ เครื่องยาสำคัญ อาทิ น้ำมันมวย ยาหม่อง ยาดำ ยาขม ขมิ้นชัน ไพล บอระเพ็ดหมากพลู ปูนแดง สารส้ม ฯลฯ

ความนิยมของมวยไทย มีผู้นำมวยไทยไปเขียนการ์ตูน รวมทั้งเกมส์ดังอย่างเช่น The King of fighter ซึ่งมีโจฮิกาชิ ซึ่งเป็นแชมป์มวยไทยเป็นพระเอก อย่างไร ก็ตาม KOF ช่วงหลังไม่มีโจ ฮิกาชิ เนื่องจาก โจต่อสู้กับบูล แมรี่(แฟนสาวของเทอรี่) ปรากฏว่า แชมป์มวยไทยแพ้อย่างไม่เป็นท่า ตกรอบแรก หลังจากนั้น โจ พยายามแก้มือกับแมรี่ อีกหลายครั้งแต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสทุกครั้ง เพราะแมรี่ใช้วิชาแซมโบ้ แก้ทางมวยไทย ด้วยการบิด หักข้อต่อของโจ ครั้งสุดท้ายแมรี่เตะจุดอ่อนของนักมวยไทย เพื่อตัดกำลังโจ รวมทั้งต่อยท้องน้อยโจจนอ่อนโทรม แล้วถีบกระจับโจอีกครั้ง พอโจทรุดแมรี่จึงจับขาทั้งสองข้างของโจ บิดหักทั้งสองข้าง สุดท้ายเธอจับโจหักคอ จนเสียชีวิต --จบชีวิตแชมป์มวยไทย พระเอกของเกมส์กาโร่

จิตวิญญาณมวยไทย " ถ้า ยูโดหรือยิวยิตสูคือหนทางแห่งความสุภาพ..ไอกิโดคือหนทางแห่งความอ่อนโยน..มวยไทย..ก็คือหนทางแห่ง..มิตรภาพ.." มีคำพูดของ คุณทรงชัย รัตนสุบรรณ โปรโมเอตร์ยอดนิยมกล่าวว่า " มวยไทย..มรดกไทย..มรดกโลก "..สะท้อนถึงจิตวิญญาณของมวยไทยได้ดีมาก มวยไทย..เป็นศาสตร์และศิลปะที่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างในการนำไปแสดงออกทั้งในการวาดลวดลายและแสดงพลังอำนาจที่จะสยบคู่ต่อกร

มวยไทย..มิใช่จะมีเฉพาะความเข้มแข็งของนักสู้แต่มันมากด้วยจิตวิญญานของผู้กตัญญู ผู้อ่อนโยน ผู้เป็นมิตร ผู้อดทน..ผู้ให้อภัย..และผู้ร่าเริงเบิกบาน..บทหนึ่งของมวยไทยอาจดูกระด้าง อาจดูน่าเกรงขามแต่นั่นเพื่อตอบโต้แก่ผู้รุกราน..บทหนึ่งของมวยไทยอาจดูอ่อนด้อยน่าย่ำยีแต่นั่นเป็นกลลวงสำหรับผู้ที่เย่อหยิ่งจองหองเท่านั้น...และทั้งหมดนั้นผู้ที่เป็นมวยซึ่งได้ผ่านสังเวียนการต่อสู้ทั้งที่มีเกียรติและไร้เกียรติมาอย่างโชกโชนย่อมเข้าใจดีว่า..มวยไทยที่เขาได้ใช้มันออกไปเพื่อแสดงอะไร?ถ้าเขาเลือกได้..เส้นทางของ สุภาพบุรุษนักมวย ย่อมเป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝัน..

ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย..มีพัฒนาการควบคู่มากับวิถีชีวิตของคนไทย..จึงมีลักษณะผสมผสานด้านการต่อสู้เพื่อใช้ป้องกันตัวและต่อต้านการรุกรานของชนเผ่าอื่น..แล้วยังรวมเอาการแสดงศิลปะลีลาของการใช้อวัยวาวุธอันมีความหลากหลายพิสดารน่าดูไว้ด้วยตามลักษณะนิสัยของคนไทยที่ชอบการแสดงออก/ความสนุกสนานร่าเริงและเป็นมิตร..ตลอดถึงความเป็นคนอ่อนน้อมกตัญญูรู้คุณคน...ซึ่งถือเป็นหลักการของศิลปะการต่อสู้เฉพาะชนชาวไทยที่มีรูปแบบที่แตกต่างจากชาติใดๆ..ผู้ที่เรียนรู้ ฝึกฝนจนเข้าถึงและเข้าใจจึงจะสามารถคงเอกลักษณ์นี้ไว้ได้..

ถึงกาลปรัตยุบัน..มวยไทย..ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว....เทคนิควิธีในการสยบฝ่ายตรงข้าม..กีฬา..การแสดง..มหรสพ..ก้าวไปไกลจนอาจจะผิดแผกจาก..มวยไทยของครูมวยในอดีต..พหุยุทธ์มวยไทย..กำลังหวมหวลสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิง,สอดประสานกับการสนองตอบต่อความรุนแรงที่ฝังลึกในสัญชาตญาณดิบของสัตว์ที่ต่อสู้ดิ้นรนกับความกลัวภัยและความหวาดระแวง..แนวทางทั้งหลายถ้าเป็นไปเช่นนั้นมิใช่..มวยไทย..ที่ควรค่าต่อ...มรดกไทยและมรดกโลก..

 

003 โอโรโน่ มาเจสติกยิม
ข้อมูลประวัติชื่อ - สกุล : โอภาส เอี่ยมสะอาด
อายุ : 29
หัวหน้าคณะ : สุรศักดิ์ มั่นแดง
ผู้จัดการ : สุรศักดิ์ มั่นแดง
เทรนเนอร์ : เจริญ มาเปลี่ยน
สถิติการชก : ชก 135 ครั้ง : ชนะ 92 แพ้ 41 เสมอ 2
เกียรติประวัติ : 1.อดีตแชมป์ รุ่นเฟเธอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 126 ปอนด์ ประเทศไทย
2.อดีตแชมป์ รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 130 ปอนด์ ประเทศไทย
3.อดีตแชมป์โลก WMC น้ำหนัก 122 ปอนด์
อื่นๆ : มวยเหลี่ยมเชิง เข่าแข็งแทงดี

................................................................ 

005 แสนชัย ส.คำสิงห์
ข้อมูลประวัติชื่อ - สกุล : ศุภชัย แสนพงษ์
อายุ : 27
หัวหน้าคณะ : สมรักษ์ คำสิงห์
ผู้จัดการ : สมรักษ์ คำสิงห์
เทรนเนอร์ : พา วัชรพล
สถิติการชก : ชก 275 ครั้ง : ชนะ 221 แพ้ 52 เสมอ 2
เกียรติประวัติ : 1.แชมป์รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 130 ปอนด์ เวทีลุมพินี
2.อดีตแชมป์รุ่นแบนตั้มเวต น้ำหนักไม่เกิน118 ปอนด์ เวทีลุมพินี
3.อดีตแชมป์รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 115 ปอนด์ เวทีลุมพินี
4.นักมวยไทยยอดเยี่ยมของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ประจำปี 2542
5.นักมวยไทยยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬา ประจำปี 2542
อื่นๆ : มวยฝีมือดี เหลี่ยมเชิงอาวุธครบเครื่อง

                                             ...................................................................

006 แสนชัยน้อย หนองกี่สุวิทย์
ข้อมูลประวัติชื่อ - สกุล : เมธี สีโน
อายุ : 22
หัวหน้าคณะ : สุวิทย์
ผู้จัดการ : สุวิทย์
เทรนเนอร์ : คมแท้ ธันศักดิ์
สถิติการชก : ชก 80 ครั้ง : ชนะ 64 แพ้ 15 เสมอ 1
เกียรติประวัติ : 1.อดีตแชมป์โลก WMC รุ่นไลต์ฟลายเวต
2.อดีตแชมป์รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต น้ำหนักไม่เกิน 130 ปอนด์ ประเทศไทย
อื่นๆ : เล่ห์เหลี่ยมเชิงชกดี หมัดศอกแรง


..............................................................


007 สุวิทย์เล็ก ก.สะเภาทอง
ข้อมูลประวัติชื่อ - สกุล : สุวิทย์ ลาดเสาแห
อายุ : 21
หัวหน้าคณะ : วีระวัฒน์ ธนอมเกียรติ
ผู้จัดการ : วีระวัฒน์ ธนอมเกียรติ
เทรนเนอร์ : เด่นดนัย
สถิติการชก : ชก 80 ครั้ง : ชนะ 59 แพ้ 30 เสมอ 1
เกียรติประวัติ : 1. แชมป์ประเทศไทย รุ่นฟลายเวท น้ำหนักไม่เกิน 112 ปอนด์
2. อดีตแชมป์ลุมพินี รุ่นไลต์ฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 108 ปอนด์
3. อดีตแชมป์ลุมพินี รุ่นฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 112 ปอนด์
4. อดีตแชมป์ประเทศไทย รุ่นมินิฟลายเวต น้ำหนักไม่เกิน 105 ปอนด์
อื่นๆ : มวยอาวุธครบเครื่อง แข็งแรงเข่าดี

วัวลาน

posted on 23 Sep 2008 09:51 by joonut

 

                                           วัวลาน

วัวลาน หรือ วัวระดอก เป็น การละเล่นพื้นบ้านในภาคกลางของไทย โดยใช้วัวพันธุ์ไทย มักจะเล่นในเวลากลางคืน เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นชาวนาที่ทำงานในตอนกลางวัน การเล่นวัวลานใช้วัวที่มีอายุประมาณ 5-9 ปี วัวแต่ละตัวจะมีเครื่องประดับวัวที่สวยงาม สำหรับสถานที่เล่นวัวลานนั้น นิยมเล่นกันในผืนนาที่ร้างไม่มีการทำนาหรือที่บริเวณกว้างและเรียบ

 

ประวัติ

การปลูกข้าวอาชีพหลักของคนไทยส่วนใหญ่ และชาวนาไทยก็ได้อาศัยแรงงานจากวัวไถคราด และงานอื่นๆ นอกผืนนา เช่น งานนวดข้าว ทำนาโดยใช้แรงงานจากวัว มานานถึงประมาณ 5,000 ปี เพราะวัวเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างใหญ่ มีแรงมาก เชื่อง ฝึกง่าย และกินหญ้าและฟาง วัวที่ใช้งานส่วนใหญ่ จะเป็นวัวตัวผู้ที่ตอนแล้ว ส่วนวัวตัวเมียเลี้ยงไว้ขยายพันธุ์แล้วขายหารายได้ การใช้งานวัวของชาวนา วัวคู่หนึ่งสามารถไถนาได้เนื้อที่ ประมาณ 20 ไร่ การเล่นวัวลาน ได้มีวิวัฒนาการมาจากการใช้วัวนวดข้าว เพราะลักษณะลานนวดข้าวเป็นวงกลมเป็นดินเหนียวที่อัดแน่นเป็นพื้นเรียบ แล้วส่วนใหญ่ชาวนาจะทาพื้นด้วยมูลวัวอีกทีหนึ่ง วิธีการนวดข้าวนั้น ชาวนาจะแยกเมล็ดข้าวออกจากรวงหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว โดยใช้แรงวัวมาช่วยนวดข้าว ชาวนาจะผูกวัวเรียงเป็นแถวหน้ากระดานไว้กับเสากลางลานบ้าน วัวที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลาง ไม่ต้องใช้กำลังและฝีเท้ามาก เพราะอยู่ในช่วงหมุนรอบสั้นวนเป็นรอบ ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าข้าวจะหลุดออกจากรวงข้าวหมด แต่วัวตัวที่อยู่นอกสุดอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลาง ระยะทางที่ต้องหมุนจะยาวกว่า จึงต้องเลือกวัวตัวที่มีกำลังและฝีเท้าดีด้วยเหตุนี้ วัวหมุนรอบและเหยียบย่ำจนเมล็ดข้าวเปลือกหลุดออกจากรวงข้าว เมล็ดข้าวเปลือก วัวหมุนรอบและเหยียบย่ำจนเมล็ดข้าวเปลือกหลุดออกจากรวงข้าว เมล็ดข้าวเปลือกจะหล่นบนพื้นลานที่ปราบไว้ดีแล้ว การนวดข้าวจึงเกิดการละเล่นพื้นบ้านวัวลาน

วัวลานในปัจจุบัน

การวัวลานในปัจจุบันนิยมเล่นในงานวัด เพื่อหารายได้ให้ทางวัด และในท้องนา จะเริ่มเล่นกันประมาณเวลา 22:00 - 8:00 น. วัวทั้งหมดจะวิ่งเป็นวงกลมรอบๆลานซึ่งมีเสาอยู่ตรงกลาง จะมีสองกลุ่ม ทั้งหมดมี 19 ตัว เรียกว่า วัวนอก กับ วัวคาน วัวคานจะมี 18 ตัว (ตัวที่ 18 เรียกว่า วัวรอง) นำวัวคาน 18 ตัว มาผูก แล้วก็จะมีการต่อรองราคา (เพราะความเห็นไม่ตรงกัน)ของผู้ชมและเจ้าของ เมื่อการต่อรองเสร็จสิ้น ก็จะ นำวัวนอก (ตัวที่ 19) มาผูกวิ่งเป็นวงนอกสุด (ซึ่งมีระยะการวิ่งไกลมาก) หลังจากนั้นก็ปล่อยให้มันวิ่ง แล้วก็ใช้เหล็กแหลมแทงมันเพื่อกระตุ้นพลัง การแพ้ชนะคือ เช่น วัวนอกหมดแรง หรือ วัวคานเชือกหลุด หรือวัวรองโดนวัวนอกแซงแล้วเบียดเข้ามาข้างในแทนตำแหน่งที่ 18

การเตรียมความพร้อมของวัว

เจ้าของวัวจะนำวัวของตนเอวมารวมกันแล้วต้อนขึ้นรถยนต์ ซึ่งเป็นรถบรรทุก จะบรรทุกวัวไปยังสถานที่เล่นวัวลานตามที่นัดหมาย ซึ่งเรียกกันว่า "ลานวัว" ระหว่างทางก็จะมีการโห่ร้องอย่างสนุกสาน เพื่อให้เกิดความครึกครื้น วัวอยู่ตรงกลางรถ คนจะอยู่ที่ท้ายรถ และด้านบนของหัวรถ เมื่อไปถึงลานวัวเป็นเวลาที่พลบค่ำ เจ้าของวัวจะนำวัวลงจากรถบรรทุกนำไปผูกไว้ยัง "ราวผูกวัว" ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้จัดให้มีการเล่นวัวลานเป็นผู้จัดเตรียมไว้ ซึ่งก็จะอยู่ติดกับ "ลานวัว"

สถานที่เล่นวัวลาน

สถานที่เล่นวัวลาน คือ ผืนนาที่ร้าง ไม่มีการทำนา หรือลานที่ว่างโล่ง เนื้อที่ประมาณ 350 – 400 เมตร จุดศูนย์กลางที่ให้วัววิ่งจะมีเสา ซึ่งเป็นหลักให้วัววิ่ง เรียกว่า "เสาเกียรติ"

"เสาเกียด?" ลานนวดข้าว ปักเสาเกียดไว้ตรงกลาง

 

เครื่องประดับวัว